ประสบการณ์การเดินทาง อุบล ประจวบ
posted on 06 Mar 2010 19:58 by prangtipสรุปการเดินทางไปที่ประจวบ
วันที่19 กุมภาพันธ์ 2553
07.00 น. พบกันที่สถานีรถไฟ อุบล เป็นเวลาที่อาจารย์นัดทุกคนให้มาพบกันแต่กับมาไม่ครบตามกำหนดเวลา และในขณะที่นั่งรอเพื่อนๆ พี่ๆ ได้คุยกับคุณป้าท่านหนึ่งและลูกกำลังนั่งรอรถไฟที่จะไปลงสถานีสระบุรี แต่คุณป้าเล่าให้ฟังว่า ชีวิตคุณป้าที่น้าสงสารให้ฟังว่า สามีป้าตาย และกว่าจะหาลูก พบก็ตั้ง3 เดือน แล้วของที่เป็นมรดกก็เป็นชื่อสามีของป้าจึงเอามรดกได้ยากเนื่องจากต้องฟ้องคนตายออกก่อนและต้องหมดเงินมากป้าจึงต้องเดินทางไปที่สระบุรี
10.00น. รถไฟเคลื่อนกระบวนออกจากอุบล แต่วันที่เดินทางไปนั้นมีเด็กจากหลายโรงเรียนเดินทางไปเที่ยวที่ศรีษะเกษเยอะมาก ทำไห้กระบวนรถไฟไม่พอทำไห้หนูและเพื่อนหลายคนต้องเสียสละที่นั่งให้ เด็ก คนแก่ แต่ก็รู้สึกดี ว่าเราได้ทำดีแล้ว แต่มีบางคนที่เป็นผู้ชายที่ไม่เสียสละที่นั้นไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร
14.00- 20.30 น. เป็นเวลาที่คนขายของมาก บางครั้งก็รู้สึกรำคาญ ง่วงนอน แต่พอได้สังเกตดูนานๆๆกับพบว่าทำทำเพื่อการยังชีพ มีทั้งเด็ก วัยรุน คนแก่ หลายรูปแบบ แต่พอถึงโคราชมีเด็กวัยรุ่นน่าตาดี ขึ้นมาขายน้ำทำ ให้เพื่อนๆพี่กรีดมากมีการขอเบอร์โทร แต่ที่สังเกตพบว่าเขาขายน้ำหมดกว่าคนอื่นไม่รู้ว่าเขาหน้าตาดีหรือเปล่า
22.00-23.00น. ถึงสถานีหัวลำโพง ทุกคนเหนื่อยมากแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำแล้เมื่อองน้ำ แต่เมื่อเข้าห้องน้ำแล้วลืมเอาแปรงสีฟันเข้าไปว่าจะออกมาก็รู้สึกว่าโดนด่า น้าเกลียดมาก ไม่รู้ว่าเมื่องใหญ่มีแต่สิ่งที่ไม่คาดฟังนิสัย แย่กว่าคนบ้านนอก หลังจากนั้นก็เดินไปที่ร้านอาหาร พบว่าอาหารทุกอย่างมีราคาแพงกว่าที่บ้านมากทั้งๆที่อาหารก็เหมือนกัน และค้นพบว่าเมื่องใหญ่น่ากลัว ไม่คอยเห็นน้ำใจคนทุกอย่างเป็นเงินหมด พอถึงที่พักทุกคนง่วงนอนากแต่ที่พักไม่พอกัน ต้องมีคนทีได้นอนเต้นหนูก็เสียสละที่จะนอนเต้น ร้อนมากที่ชาร์แบตก็ไม่มี พอจะไปชาร์ที่บ้านกับถูกปฏิเสธว่าที่ชาร์เติมแล้วทั้งๆที่ตัวเองนอนที่บ้านน่าจะให้คนทีนอนเต้นชาร์ก่อน วันนั้นเห็นนิสัยของหลายๆๆๆคนมากว่าเป็นอย่างไร แย้จังเลย เสียความรู้สึกมากๆๆ……..
20 กุมภาพันธ์ 2553
08.00-10.00น. ตื่นอาบน้ำแปรงฟัน กินข้าว หลังจากนั้นก็เดินริมชายหาด ถ่ายรูป เก็บเปลือกหอยเล่น บรรยากาศดีมาก เดินไปริมชายหาดเรื่อยๆ เจอกรองถ่ายหนัง เจอ เทพ โพธิ์งาม ด้วยหลังจากนั้นก็เดินทางกับที่พัก
10.00-12.00น. อาจารย์เสนาะให้ความรู้เรื่องส้นทางการเดินทางจากอุบลถึงประจวบตอนที่เดินทางมารู้สึกว่ามันไม่ไกล แต่หลังจากที่อาจารย์ได้วาดภาพให้ดูกับพบว่ามันไกลอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนั้นคงสนุก กับการเดินทางรถไฟครั้งที่ สามกระมัง หลังจากนั้นอาจารย์ วิเชียร ให้ความรู้ต่อเรื่องการตั้งโรงงานไฟฟ้าที่บ่อนอก ว่าเป็นมาอย่างไร พบว่าชาวบ้านไม่พอใจจึงเกิดการประท้วงขึ้นจนเป็นเหตุให้เจริญวัตร อักษร ต้องจบชีวิตลง แต่ชาวบ้านและพี่กระรอกยังต่อสู้จนถึงทุกปัจจุบัน แต่ก็ยังต่อสู้ถึงแม้จะมีการโทรศัพท์มาขู่ว่าจะฆ่าตาย แต่ยิ่งทำให้ชาวบ้าน มีความสามัคคีกันมากขึ้น
12.000-13.00น. รับประทานอาหารเที่ยง
13.00-14.00น. พี่จินตนาเล่าถึงกระบวนการต่อสู้ของชาวบ้านหินกรูดการ สร้างโรงงานไฟฟ้า แต่ตอนนั้นเป็นยุครัฐบาลทักษิณ มีนโยบายว่าจะสร้างโรงงานถลุงเหล็กที่บ่อนอก กับทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ทำไห้ชาวบ้านไม่พอใจ จึงเกิดการรวมตัวกันประท้วง ทำไห้เห็นว่ารัฐยังเพิกเชยกับความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับน้อยว่าการพัฒนาทั้งๆที่การพัฒนาที่แท้จริงคือความสุขของชาวบ้าน แต่การพัฒนาที่รัฐอ้างมันกับนำความเดือดร้อนมาสู้ชาวบ่อนอก หินกรูด
15.00-17.0011น. ร่วมกันเดินทางไปที่บริเวณที่เกิดเหตุการณ์ว่าจะสร้างโรงงานที่บ่อนอก พร้อมกับเก็บขยะไปด้วย ตอนนั้นรู้สึกดี แต่มองไปรอบๆข้างผู้ชายบางคนกับเดินตัวเปล่าให้ผู้หญิงถือถุงขยะหนูก็รู้สึกว่ามันหนัก อาจารย์จึงเรียกผู้ชายมาช่วย จากนั้นจึงตั้งข้อสังเกตว่าถ้าอาจารย์ไม่เรียกเขาจะมาช่วยไหม พอถึงที่เกิดเหตุการณ์พี่กระรอกก็ให้ความรู้เล็กน้อย ก็เดินทางกับกินข้าวเย็นมีฝนตกลงมาปอยๆๆ
20.00-22.00น. ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ อาจารย์ ลุกศิษย์ และมีศิลปิน ปู พงษ์ศิษย์ คำภี มาร้องเพลงให้ฟัง ก่อนแยกย้ายกันกับที่พักอาจารย์ก่อนการเดินทางไปประจวบมีข้อตกลงว่าคนที่นอนบ้านต้องมานอนที่เต้นด้วย ตอนนั้นอาจารย์ก็ถามว่าโครจะมานอนเต้นแล้วให้เพื่อนนอนบ้านกับมีคนยกมือไม่ถึง4 คน ทั้งๆที่คนที่จะนอนบ้านมีตั้งมากตอนนั้นหนูก็รู้สึกว่าไม่สบาย ปวดหัว อยากนอนบ้านเพื่อที่จะได้เช็ดตัวได้สะดวกเพราะที่เต้นไม่มีไฟ แต่กับถูกบางคนพูดไห้ว่าเป็นคนชายขอบรู้สึกแย่มาก คำว่าชายขอบมันเจ็บนะรู้บางไหม วันนั้นกับเห็นความเห็นแก้ตังของหลายๆคน ที่มีต่อเพื่อนๆ น้องๆ ร่วมสาขาเดียวกัน
21 กุมภาพันธ์ 2553
07.00-12.00น. ตื่นนอนเล่นน้ำทะแล อย่างสนุกสนานมากจนลืมคำว่าเหนื่อย แต่กับเล่นเสร็จกับรู้สึกว่าเหนื่อยแต่ก็ทนได้เพื่อความรู้มาและประสบการณ์ที่จะได้รับมา พี่กระรอกก็มาให้ความรู้เพิ่มจากเมื่อวาน พี่กระรอกพูดสนุกมาก และมีความรู้ที่จริงสามารถตอบได้ทุกคำถามที่ถามไป
13.00-14.00น. เดินทางไปที่บ้านคั่นกระได เพื่อทราบถึงสาเหตุของการสร้างโรงงานไฟฟ้าขยะ ว่าชาวบ้านเดือดร้อน 60 ครัวเรือน มีนายทุนเอาขยะมาทิ้งหลายปีแล้ว แต่ต่อมามีโครงการว่าจะสร้างโรงงานขยะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ห่างจากบ้านคั่นกระไดเพียง3 กิโลเมตร ทำไห้ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้โดยใช้กระบวนการต่อสู้แบบสันติวิธี หาสื่อมวลชน 6 พันธมิตรร่วมกันต่อสู้ ชาวบ้านมีอาชีพประมงเพียงอย่างเดียว ถ้าสร้างโรงงานขยะ ปลา กุ้ง หอย ต้องตายแน่เลย และน้ำประปาชาวบ้านก็อยู่ใกล้ที่จะสร้าง มีทั้งควัน น้ำฝนก็กินไม่ได้ พื้นที่เสียหาย
14.00-15.00 น. ไปที่บางสะพานปลาได้เห็นวิถีชีวิตของไอ้หนุ่มตังเกย์ ชาวพม่า ไทย ลาว ที่มีสัญชาติที่แตกต่าง คนละภาษา มาอยู่รวมกัน แต่สามารถอยู่ได้ เพราะเขาพูดไทยได้ แต่หนูฟังไม่รู้เรื่อง แต่มีเพื่อนที่พูดภาษาเขมรได้ ถึงรู้ว่าเข้าได้เงินจากการประมง ปีละ 5หมื่นบ้านต่อปีแต่เป็นแรงงานที่มาโดยการที่ผิดกำหมาย กินบนเรือนอนที่เรือบางครั้งก็กลับบ้านเอาเงินไปให้ลูกเมียเพราะเงินไทยที่ประเทศเข้ามันแพง บางครั้งนายทุนก็ไปรับเอาที่ประเทศเขา บางคนโดนหลอก และมีโอกาสได้คุยกับเจ้าของสะพานปลา ป้าเล่าว่าแต่ก่อนเป็นสะพานไม้พึ่งเปลี่ยนเป็นสะพานปูนได้ไม่ถึง10 ปี เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ มีพี่น้อง14 คน มีรายได้เท่าไรก็หาร14 คนที่ขนอาหารออกต้องจ่ายค่าผ่านสะพานคิดกิโลละ 40 สตางค์ ของอาหารที่ขนออก
15.00-16.00น. ไปที่ธนาคารปู กลุ่มอนุรักษ์อ่าวประจวบ เห็นว่าชาวบ้านมีการตั้งธนาคารปูเพื่อต้องการที่จะอนุรักษ์ปูม้า และตัว1 มันออกลูกได้ 2 ครั้ง และเริ่มมีแม่ปูออกสู้ทะแลมากขึ้น มีสมาชิก 3 อ่าว 80 กลุ่ม มีรายได้เพิ่มจากการออมเงินเดือนละ100 บาท คนที่จะจับปูได้ต้องเป็นคนในหมู่บ้าน
ห้ามเรื่อประมงขณะใหญ่เข้า ปูม้า กิโลละ180บาท ถ้าจับได้ตังเล็กจะปล่อยลงสู่ทะแล
16.00-17.00น. รับประทานอาหารที่ร้านเพชรในรู อาหารเปรี้ยวมาก เดินทางกลับที่พัก
20.00-23.00น. กินอาหารริมชายหาด เปิดใจเรื่องที่มา หลายคนพูดดี บางคนพูดไม่น่าฟังพูดเสียดสีใส่กันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเมาหรือตั้งใจพูด หนูฟังไม่นานจึงมามีข้อมูลที่จะเล่า
22 กุมภาพันธ์ 2553
05.00-07.00น. ตื่นนอนอาบน้ำ เดินทางกลับ แต่ร้อนมาก นอนไม่หลับเลย
12.00-13.00น. กินข้าวเที่ยงที่ร้านพ่อเข่ง อาหารแพงมาก ซื้อของฝากกลับบ้านฝากเพื่อน ขนาด
เดินทางบรรยากาศดีมากดีมีไร่สับประรด ภูเขาสวยงามมาก
14.00-15.00น. บรรยากาศรอบหัวลำโพง คนเยอะมากมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ บางคนน่ากลัวมาก บางคนแย้มแย้มแจ่มใส
15.00-04.00น. ขึ้นรถไฟเจอฝรั่งนั่งโบกี้เดียวกัน มีการกินเหล้า เบียร์น่ากลัวมาก และคนขายของชอบขายให้ฝรั่งไม่รู้ว่าทอนเงินถูกไมและของที่ขายเช่นมะม่วงที่กรุงเทพแพงมากแต่เมื่อใกล้ถึงภาคอีสานกับถูก อาหารบนรถไฟไม่สะอาด ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อยมาก พยามนอนกินยาด้วยแต่นอนไม่หลับ แต่อยากฝากบอกอาจารย์ทุกท่านว่าหนูขอบคุณมากที่พา พวกหนูไปดูสนามจริง และขอบคุณอาจารย์ทุกทานที่ดูแลลูกศิษย์ทุกคนเป็นอย่างดี กลับมาอย่างปลอดภัย ขอบคุณจากใจจากลูกศิษย์
edit @ 6 Mar 2010 20:24:29 by หิ่งห้อยน้อยแสง